ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 34/2560 ศธ.ลงพื้นที่ภาคใต้ ช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัย

รัฐมนตรี พร้อมด้วยผู้บริหาร และชาวกระทรวงศึกษาธิการ ลงพื้นที่ช่วยเหลือและให้กำลังใจพี่น้องประชาชนในพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี และ จ.นครศรีธรรมราช ที่ประสบอุทกภัย เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 19 มกราคม 2560 ตามโครงการ “รัฐบาลโดยกระทรวงศึกษาธิการช่วยเหลือประชาชน”

● ภารกิจที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วย พล.ท.โกศล ประทุมชาติ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, นายการุณ สกุลประดิษฐ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, นายสุภัทร จำปาทอง เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา, นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา, นายประเสริฐ บุญเรือง รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ,  นางรักขณา ตัณฑวุฑโฒ หัวหน้าสำนักงานรัฐมนตรี และผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ ตรวจเยี่ยมพื้นที่ประสบอุทกภัยและมอบถุงยังชีพแก่ผู้ประสบอุทกภัยที่ ต.ท่าชี อ.บ้านนาสาร จำนวน 1,370 ถุง และ ต.เขาหัวควาย อ.พุนพิน จำนวน 1,000 ถุง

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ กล่าวว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงห่วงใยพสกนิกรที่ประสบภัยพิบัติในครั้งนี้ และมีพระราชโองการสั่งให้องคมนตรีได้ติดตามดูแลประชาชนที่ประสบภัย ยังความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น รัฐบาลโดยกระทรวงศึกษาธิการ จึงรับสนองพระราชดำริ ด้วยการจัดโครงการ “รัฐบาลโดยกระทรวงศึกษาธิการช่วยเหลือประชาชน” พร้อมทั้งจัดขบวนคาราวานนักศึกษาจากวิทยาลัยอาชีวศึกษาและนักศึกษา กศน. ทั่วประเทศ ตั้งทีมให้ความช่วยเหลือ อีกทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐบาลก็มีความห่วงใยประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยเช่นกัน โดยทราบว่านายกรัฐมนตรีจะลงพื้นที่เยี่ยมผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ในสัปดาห์หน้า

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้กระทรวงศึกษาธิการเข้าไปดูแลลูกหลานให้มีสถานที่เรียนหนังสือ เพื่อไม่ให้เด็กเสียโอกาสทางการศึกษา ซึ่งถือเป็นหน้าที่หลักของกระทรวงศึกษาธิการในการบูรณะโรงเรียนที่เสียหายให้กลับมามีสภาพดังเดิมหรือดีกว่าเดิม ส่วนการขยายเวลาเรียนหรือขยายเวลาปิดภาคเรียนสำหรับโรงเรียนที่น้ำท่วมแล้วสอนไม่ทันนั้น ถ้ามีเหตุผลและจำเป็นก็ต้องทำ แต่ควรมีความยืดหยุ่น และคาดว่าสถานศึกษาจะสามารถเตรียมการสอบโอเน็ต ป.6 ช่วงเดือนมีนาคมนี้ได้ทันเวลา เพราะสถานการณ์ดีขึ้นมากแล้ว โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ประเมินสถานการณ์และรายงานให้ทราบทุกวัน นอกจากนี้ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้จัดตั้งศูนย์อาชีวะบริการผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ 12 จังหวัด พร้อมทั้งส่งนักศึกษามาช่วยซ่อมอุปกรณ์ สิ่งของ ตลอดจนเครื่องใช้ไฟฟ้า

การเดินทางมาให้ความช่วยเหลือที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีในครั้งนี้ ถือเป็นการเปิดโอกาสให้กระทรวงศึกษาธิการได้ทำดี เราจะได้รู้ว่าเรามีหน้าที่อะไรและทำหน้าที่นั้นให้ดีที่สุด ซึ่งเงินที่นำมาช่วยเหลือก็เป็นเงินภาษีของประชาชน ดังนั้นหากประชาชนท่านใดไม่ได้รับความช่วยเหลือ ขอให้แจ้งมา อย่าอายที่จะขอความช่วยเหลือและต้องไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เพราะเป็นสิทธิ์ของทุกคน โดยกระทรวงศึกษาธิการไม่ต้องการความช่วยเหลือที่สร้างภาพ เราคนไทยด้วยกันอยากให้มีความห่วงใยกัน

โอกาสนี้ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ ได้นั่งเรือตรวจเยี่ยมโรงเรียนบ้านไทรงาม อ.พุนพิน ซึ่งยังไม่สามารถเปิดทำการเรียนการสอนได้ เพื่อรับทราบข้อมูลความเสียหายของโรงเรียนจากเหตุอุทกภัย และหารือแนวทางเร่งฟื้นฟู บูรณะ และซ่อมแซม ให้โรงเรียนเปิดทำการเรียนการสอนได้ทันทีภายหลังน้ำลด โดย รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า สถานศึกษาในจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้รับความเสียหายจากอุทกภัยจำนวน 276 โรงเรียน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโรงเรียนประถมศึกษา และมีโรงเรียนที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักอยู่ในอาการโคม่า 20 แห่ง เช่น โรงเรียนบ้านไทรงามซึ่งพื้นของอาคารเรียนทั้งสองหลังใช้งานไม่ได้ จึงต้องเร่งฟื้นฟูในเรื่องของกายภาพ และให้ สพฐ. ดูแลเรื่องการจัดทำงบประมาณในการปรับปรุงซ่อมแซม ส่วนเรื่องการจัดการเรียนการสอนได้แก้ปัญหาแล้ว เช่น การนำเด็กจากโรงเรียนต่าง ๆ มาเรียนรวมกัน และยืมสถานที่ของเอกชนมาใช้สอนหนังสือ เป็นต้น โดยพยายามทำเท่าที่สถานการณ์จะทำได้ ซึ่งตอนนี้มีข่าวดีคือระดับน้ำลดลงเรื่อย ๆ

และที่น่ายินดีไปกว่านั้นคือ ได้รับความร่วมมือจากสถาบันอาชีวศึกษาจากภูมิภาคต่าง ๆ มาช่วยซ่อมสิ่งของ โดยมาตั้งศูนย์ฯ อยู่ที่สุราษฎร์ธานีเป็นเวลา 3 อาทิตย์แล้ว ซึ่งได้รับรายงานว่านักเรียนนักศึกษาอาชีวศึกษาได้ช่วยซ่อมของทั้งชิ้นเล็กและชิ้นใหญ่ประมาณ 80,000 ชิ้น ความร่วมมือร่วมใจกันช่วยเหลือประชาชนในครั้งนี้จึงถือเป็นมูลค่าที่ประมาณไม่ได้


ภารกิจที่จังหวัดนครศรีธรรมราช*

ในวันเดียวกัน พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยนายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ, นายบัณฑิตย์ ศรีพุทธางกูร หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ, นายสุรพงษ์ จำจด เลขาธิการ กศน., นายประชาคม จันทรชิต รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา, นายศรีชัย พรประชาธรรม รองเลขาธิการ ก.ค.ศ. รวมทั้งผู้บริหารองค์กรหลัก ได้ลงพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช เพื่อมอบถุงยังชีพ อุปกรณ์การเรียนการสอน เสื้อผ้าชุดนักเรียน และให้กำลังใจแก่พี่น้องประชาชนและนักเรียนนักศึกษาที่ประสบอุทกภัย ที่โรงเรียนเกาะขันธ์ประชาภิบาล และโรงเรียนชะอวด สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 12 อ.ชะอวด และที่ศาลาศิลปาชีพบ้านเนินธัมมัง อ.เชียรใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช

พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ กล่าวว่า  สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงห่วงใยพี่น้องประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ได้พระราชทานลายพระหัตถ์ความว่า “ด้วยความรักและห่วงใย ขอเป็นกำลังใจในการร่วมฟื้นฟูและพัฒนา เพื่อขวัญที่ดี จิตใจ และร่างกายที่เข้มแข็ง นำมาซึ่งความสุขและมั่นคงของชาติ” นอกจากนี้ พระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ได้แสดงความห่วงใย และเสด็จฯ แทนพระองค์มาทรงเยี่ยมประชาชน และได้พระราชทานถุงยังชีพช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน ยังความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น

ในนามของราชการ รัฐบาลจึงได้น้อมนำพระราชกระแสของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ ที่ทรงพระราชทานให้กับพี่น้องประชาชนที่ประสบอุทกภัย มาให้การช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ โดยมอบหมายให้ทุกหน่วยงาน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ได้เข้ามาช่วยเหลือดูแลให้การสนับสนุน ช่วยเหลือ และฟื้นฟูพื้นที่ที่ประสบภัยน้ำท่วมให้เป็นปกติต่อไป

ในวันนี้ ได้เดินทางมาพร้อมกับผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ โดยร่วมกับจังหวัดนครศรีธรรมราช รวมทั้งหน่วยงานสถานศึกษาทั่วประเทศที่ได้เดินทางมาระดมให้การช่วยเหลือ ให้กำลังใจพี่น้องประชาชนชาวใต้ พร้อมทั้งนำทักษะของเด็กอาชีวศึกษาทั่วประเทศที่มีความชำนาญในแต่ละด้านมาให้ความช่วยเหลือ ซึ่งพวกเราจะช่วยทำงานต่อเนื่องกันอีกจนถึงสัปดาห์หน้า หรือหากมีความจำเป็นก็จะขยายเวลาทำงานต่อไปจนกว่าพื้นที่จะปกติ

ในเรื่องของการศึกษานั้น ทราบว่าขณะนี้โรงเรียนในจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้เปิดเรียนแล้วทุกแห่ง จึงหมดคลายความกังวลในส่วนนี้ แต่ต้องเรียนให้พ่อแม่ผู้ปกครองได้รับทราบด้วยว่าลูกหลานของพวกเราจะต้องเรียนชดเชยเพิ่มเติมในวันหยุด เพื่อให้จำนวนชั่วโมงเรียนครบถ้วนก่อนจะสอบปลายปีในเดือนกุมภาพันธ์นี้ และฝากให้นักเรียนทุกคนตั้งใจเรียนเพื่อประสบความสำเร็จการทำงานในวันข้างหน้า สิ่งที่กระทรวงศึกษาธิการนำมามอบให้ในวันนี้ ถือเป็นน้ำจิตน้ำใจที่หน่วยงานต่าง ๆ ได้ร่วมกันนำมามอบ โดยพยายามให้มีความทั่วถึงมากที่สุด โดยเฉพาะพื้นที่ที่เดือดร้อนมีความจำเป็นจริง ๆ เป็นอันดับแรก

แม้ว่าเราจะประสบอุทกภัย แต่ก็จะเห็นความห่วงใยของพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ ซึ่งรัฐบาลได้เปิดรับบริจาค และได้รับเงินบริจาคเป็นจำนวนมาก โดยรัฐบาลจะนำเงินบริจาคจัดตั้งเป็นกองทุนเพื่อช่วยเหลือสาธารณภัยในโอกาสต่อไป และในสัปดาห์หน้าคาดว่านายกรัฐมนตรีจะลงพื้นที่ในภาคใต้เพื่อเยี่ยมพี่น้องประชาชนอีกด้วย

พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ ย้ำด้วยว่า “คนไทยไม่ทิ้งกัน ถึงแม้จะมีภัยธรรมชาติเกิดขึ้น ก็ระดมช่วยเหลือน้ำใจมาดูแลกัน ถือเป็นพลังสามัคคีและรวมพลังคนไทย ให้มีความมั่นคง ยั่งยืน ก้าวหน้าตามแผนยุทธศาสตร์ประเทศชาติต่อไป”


อนึ่ง นอกเหนือจากภารกิจที่สองจังหวัดข้างต้นแล้ว นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ยังได้ลงพื้นที่เยี่ยมและให้กำลังใจนักศึกษาและครู กศน. ของจังหวัดพังงา ซึ่งได้ลงมาปฏิบัติงานช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ กศน.ตำบลป่าพะยอม จังหวัดพัทลุง และศูนย์อาชีวะบริการของวิทยาลัยเทคนิคป่าพะยอม ให้บริการประชาชนที่ ศาลาอเนกประสงค์บ้านไสกุน อำเภอป่าพะยอม ซึ่งพื้นที่ทั้งสองแห่งมีประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยครั้งนี้เป็นจำนวนมาก ก่อนจะเดินทางไปร่วมกับคณะของ รมช.ศึกษาธิการ ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช


อรพรรณ ฤทธิ์มั่น, บัลลังก์ โรหิตเสถียร*: สรุป/รายงาน
ยุทธพงศ์ เลือกกลั่นดี,
บัลลังก์ โรหิตเสถียร*: ถ่ายภาพ
19/1/2560

สพป.สส.จัดครัวกระทรวงศึกษาธิการ

เมื่อวันที่ 13 ม.ค.2560 ว่าที่ร้อยเอกวิสาร ปัญญชุณห์ ผอ.สพป.สส. นำกลุ่มเครือข่ายโรงเรียนในสังกัด นำอาหารอาทเช่น ปลาทูแม่กลอง ผัดฉ่าทำเล ไข่ต้ม กุ้งหวาน และมาม่าผัดขี้เมา เพื่อมาเลี้ยงให้กับประชาชนทั่วไปที่ได้เดินทางมาสักการะพระบรมศพ ณ ครัวกระทรวงศึกษาธิการ บริเวณท้องสนามหลวง

สพป.สส.จัดงานวันครู ประจำปี 2560

เมื่อวันที่ 16 ม.ค. 2560 นายคันฉัตร ตันเสถียร ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม เป็นประธานในการมอบรางวัลและเกียรติบัตรให้กับผู้บริหารสถานศึกษา ข้าราชการครู จำนวน  117  คน โดยการจัดงานมีการอ่านสารของประธานกรรมการคุรุสภา อ่านโองการอันเชิญบูรพาจารย์ การกล่าวคำฉันท์ระลึกถึงบูรพาจารย์ ซึ่งมีผู้บริหารโรงเรียนและข้าราชการเข้าร่วมงาน 800 คน ณ โรงเรียนศรัทธาสมุทร

คําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 1/2560 เรื่อง การแก้ไขปัญหาการบริหารงานบุคคลของกระทรวงศึกษาธิการ

p52332181836

คําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

ที่ ๑/๒๕๖๐

เรื่อง การแก้ไขปัญหาการบริหารงานบุคคลของกระทรวงศึกษาธิการ

โดยที่ปัจจุบันกระทรวงศึกษาธิการมี อ.ก.พ. กรม ที่ปฏิบัติหน้าที่ อ.ก.พ. กระทรวง จํานวนห้าคณะ ตามที่กฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการกําหนดไว้ แต่การดําเนินการ ในลักษณะดังกล่าวส่งผลให้การบริหารงานบุคคลของกระทรวงศึกษาธิการมีความแตกต่างและไม่เป็น เอกภาพในด้านมาตรฐานของการบริหารงานบุคคล นอกจากนี้ ในการบริหารราชการของ กระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาคยังมีปัญหาเกี่ยวกับอัตรากําลังและการกําหนดตําแหน่งศึกษาธิการภาค และรองศึกษาธิการภาคเพื่อรองรับการจัดตั้งสํานักงานศึกษาธิการภาค ตามคําสั่งหัวหน้าคณะรักษา ความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๑/๒๕๕๙ เรื่อง การบริหารราชการของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค ลงวันที่ ๒๑ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๕๙ ดังนั้น เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยเร่งด่วน จึงจําเป็นต้องกําหนดให้กระทรวงศึกษาธิการมี อ.ก.พ. ขึ้นคณะหนึ่ง เพื่อทําหน้าที่ อ.ก.พ. กระทรวง เพียงคณะเดียว และให้มีการเกลี่ยอัตรากําลังในกระทรวงศึกษาธิการเพื่อกําหนดตําแหน่งและแต่งตั้งเป็น ศึกษาธิการภาคและรองศึกษาธิการภาค อันจะทําให้สามารถขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาและการบริหารราชการของกระทรวงศึกษาธิการให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๔๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ โดยความเห็นชอบของคณะรักษาความสงบ แห่งชาติจึงมีคําสั่ง ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ให้กระทรวงศึกษาธิการมี อ.ก.พ. กระทรวง คณะหนึ่ง ประกอบด้วย

(๑) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธาน

(๒) ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นรองประธาน

(๓) อนุกรรมการโดยตําแหน่ง ได้แก่ เลขาธิการสภาการศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และผู้แทน ก.พ. ซึ่งตั้งจากข้าราชการพลเรือนในสํานักงาน ก.พ. จํานวนหนึ่งคน

(๔) อนุกรรมการซึ่งประธานแต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล ด้านการบริหารและการจัดการ และด้านกฎหมาย ซึ่งมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ในความสามารถมาแล้ว และมิได้เป็นข้าราชการในกระทรวงศึกษาธิการ จํานวนไม่เกินสามคน

(๕) อนุกรรมการซึ่งประธานแต่งตั้งจากข้าราชการพลเรือนผู้ดํารงตําแหน่งประเภทบริหาร ระดับสูงในกระทรวงศึกษาธิการซึ่งต้องมิใช่อนุกรรมการตาม (๓) โดยให้คัดเลือกกันเองจากข้าราชการ พลเรือนผู้ดํารงตําแหน่งดังกล่าว จํานวนไม่เกินห้าคน ให้ อ.ก.พ. นี้ต้งั เลขานุการ จํานวนหนึ่งคน
ข้อ ๒ ให้ อ.ก.พ. กระทรวง มีอํานาจหน้าที่ตามที่กําหนดไว้ในมาตรา ๑๖ แห่ง พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๕๑ และตามกฎหมายอื่น
ข้อ ๓ หลักเกณฑ์และวิธีการสรรหาหรือการเลือกบุคคลเพื่อแต่งตั้งเป็นอนุกรรมการตาม ข้อ ๑ (๔) และ (๕) วาระการดํารงตําแหน่ง และจํานวนขั้นต่ำของอนุกรรมการดังกล่าว ให้เป็นไป ตามที่กําหนดในกฎ ก.พ.

ในกรณีที่ไม่สามารถดําเนินการให้เป็นไปตามกฎ ก.พ. ตามวรรคหนึ่งได้ ให้กระทรวงศึกษาธิการ ทําความตกลงกับ ก.พ.

ข้อ ๔ ให้สํานักงานปลัดกระทรวง กระทรวงศึกษาธิการ รับผิดชอบงานธุรการของ อ.ก.พ. กระทรวง ข้อ ๕ มิให้นําความในมาตรา ๒๒ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๕๑ มาใช้บังคับแก่ อ.ก.พ. กรม ของสํานักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ สํานักงานเลขาธิการสภาการศึกษา สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา และสํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ทั้งนี้ ให้ อ.ก.พ. กรม ดังกล่าวปฏิบัติ หน้าที่ตามอํานาจหน้าที่ของ อ.ก.พ. กรม ตามมาตรา ๑๘ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๕๑ ข้อ ๖ ในวาระเริ่มแรกให้ อ.ก.พ. กระทรวง ประกอบด้วยอนุกรรมการตามข้อ ๑ (๑) (๒) และ (๓) จนกว่าจะได้แต่งตั้งอนุกรรมการตามข้อ ๑ (๔) และ

ข้อ ๕ มิให้นําความในมาตรา ๒๒ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๕๑ มาใช้บังคับแก่ อ.ก.พ. กรม ของสํานักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ สํานักงานเลขาธิการสภาการศึกษา สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา และสํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ทั้งนี้ ให้ อ.ก.พ. กรม ดังกล่าวปฏิบัติ หน้าที่ตามอํานาจหน้าที่ของ อ.ก.พ. กรม ตามมาตรา ๑๘ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๕๑

ข้อ ๖ ในวาระเริ่มแรกให้ อ.ก.พ. กระทรวง ประกอบด้วยอนุกรรมการตามข้อ ๑ (๑) (๒) และ (๓) จนกว่าจะได้แต่งตั้งอนุกรรมการตามข้อ ๑ (๔) และ (๕) ซึ่งต้องดําเนินการให้แล้วเสร็จ ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่คําสั่งนี้ใช้บังคับ
ข้อ ๗ การใดที่อยู่ในระหว่างการดําเนินการตามอํานาจหน้าที่ของ อ.ก.พ. กรม ของ สํานักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ สํานักงานเลขาธิการสภาการศึกษา สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา และสํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ที่ปฏิบัติหน้าที่ อ.ก.พ. กระทรวง ตามมาตรา ๒๒ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติ ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๕๑ อยู่ในวันก่อนวันที่คําสั่งนี้ใช้บังคับ ให้ อ.ก.พ. กระทรวง ตามคําสั่งนี้เป็นผู้ดําเนินการต่อไป
ข้อ ๗ การใดที่อยู่ในระหว่างการดําเนินการตามอํานาจหน้าที่ของ อ.ก.พ. กรม ของ สํานักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ สํานักงานเลขาธิการสภาการศึกษา สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา และสํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ที่ปฏิบัติหน้าที่ อ.ก.พ. กระทรวง ตามมาตรา ๒๒ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติ ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๕๑ อยู่ในวันก่อนวันที่คําสั่งนี้ใช้บังคับ ให้ อ.ก.พ. กระทรวง ตามคําสั่งนี้เป็นผู้ดําเนินการต่อไป
ให้คณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ หรือคณะทํางานอื่นใด ซึ่ง อ.ก.พ. กรม ที่ปฏิบัติ หน้าที่ อ.ก.พ. กระทรวง แต่งตั้งไว้อยู่ในวันก่อนวันที่คําสั่งนี้ใช้บังคับ ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่า อ.ก.พ. กระทรวง ตามคําสั่งนี้จะได้มีคําสั่งเป็นอย่างอื่น
ข้อ ๘ ให้กระทรวงศึกษาธิการมีตําแหน่งศึกษาธิการภาค จํานวนสิบสองตําแหน่ง เป็น ข้าราชการพลเรือนสามัญตําแหน่งประเภทบริหารระดับสูง และมีตําแหน่งรองศึกษาธิการภาค จํานวนสิบสองตําแหน่ง เป็นข้าราชการพลเรือนสามัญตําแหน่งประเภทบริหารระดับต้น โดยให้ กระทรวงศึกษาธิการดําเนินการเกลี่ยอัตรากําลังภายในกระทรวงศึกษาธิการเพื่อนําไปใช้ในการกําหนด ตําแหน่ง
ข้อ ๙ ในกรณีเห็นสมควรนายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีอาจเสนอให้คณะรักษาความสงบ แห่งชาติแก้ไขเปลี่ยนแปลงคําสั่งนี้ได้
ข้อ ๑๐ คําสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
สั่ง ณ วันที่ ๑๐ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๐                                                                                                                                พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา

                                                                                         หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

สพป.สส.เข้าร่วมพระพิธีสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

เมื่อวันที่ 5 ม.ค. 2560 ว่าที่ร้อยเอกวิสาร ปัญญชุณห์ ผอ.สพป.สส. นำคณะรอง ผอ.สพป.สส. ผู้อำนวยการกลุ่มทุกกลุ่ม และบุคลากรทางการศึกษาระดับชำนาญการพิเศษ เข้าร่วมเป็นเจ้าภาพพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระบรมมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง

This slideshow requires JavaScript.

สพป.สส.จัดกิจกรรมงานวันปีใหม่ 2560

เมื่อวันที่ 6 ม.ค. 2560 สพป.สส. ร่วมกันจัดกิจกรรมวันปีใหม่ ประจำปี 2560 โดยว่าที่ร้อยเอกวิสาร ปัญญชุณห์ ผอ.สพป.สส. ไหว้ศาลหลวงพ่อบ้านแหลม ศาลพระพรหม และศาลตายาย เพื่อความเป็นศิริมงคลให้กับบุคลากรทางการศึกษาทุกคน และมีการจัดงานทำบุญเลี้ยงพระจำนวน 9 รูปจากวัดป้อมแก้ว ณ ห้องประชุมใหญ่ สพป.สส.

15726522_1205684232812237_5964283072343039322_n